www.9wat.net

 

วัดยานนาวา

 

 

ประวัติ/ความเป็นมา

      วัดยานนาวา พระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ เดิมชื่อว่า วัดคอกควาย เป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ไม่ปรากฏนามผู้สร้าง และได้รับการยกย่องขึ้นเป็นพระอารามหลวงในช่วงกรุงธนบุรี พ.ศ. ๒๓๒๕ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สร้างพระอุโบสถหลังเล็กขึ้นถวาย และพระราชทานวิสุงคามสีมาให้แก่ทางวัด และพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดคอกกระบือ” ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว วัดยานนาวาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ด้วยเช่นกัน คือ  พ.ศ. ๒๓๘๗ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมหมื่นไกรสรวิชิต เป็นแม่กองปฏิสังขรณ์พระอุโบสถวัดยานนาวา ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้เคยปฏิสังขรณ์ไว้แล้ว พร้อมทั้งทรงให้สร้างพระเจดีย์มีฐานเป็นสำเภาอยู่ข้างหลังพระอุโบสถ จนแล้วเสร็จใน พ.ศ. ๒๓๘๗ นั้นเอง และทรงโปรดฯให้สร้างและถวายกุฏิสงฆ์ที่ทรงสร้างใหม่ให้แก่พระสงฆ์ จำนวน ๒ หลัง และปิดทองหน้าบัน บานประตู หน้าต่าง ซุ้มประตูหน้าต่างพระอุโบสถในคราวเดียวกัน และทรงโปรดฯให้มีงานพระราชเพลิงศพ หลวงสุนทรภักดี ด้วย พ.ศ. ๒๓๘๘ ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้วัดยานนาวาให้มีเทศนาประจำวัด และเมื่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ (พระองค์เจ้าหญิงวิลาส) ได้สิ้นพระชนม์ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๓๘๘ หลังเสร็จงานพระศพแล้ว ก็ได้ทรงโปรดฯให้สร้างรูปหล่อพระเวสสันดรกัณหาชาลี ขึ้น พ.ศ. ๒๓๙๐ และโปรดฯ ให้มีงานพระราชพิธีแห่รูปพระเวสสันดรกัณหาชาลี ไปไว้ท้ายเจดีย์เรือสำเภา พร้อมกับทรงโปรดให้มีงานฉลองวัดยานนาวา เป็นเวลา ๗ วัน

สิ่งสำคัญของวัด

สำเภา เจดีย์
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริเห็นว่า พระอุโบสถวัดคอกกระบือทรุดโทรมลงมาก จึงทรงสร้างเจดีย์มีฐานเป็นสำเภาเท่าขนาดเรือสำเภาจริง ส่วนยาวของสำเภาตลอดลำ วัดแต่หงอนข้างบนถึงท้ายบาหลีได้ ๒๑ วา ๒ ศอก ส่วนยาวตลอดลำ วัดจากพื้นดินได้ ๑๘ วา ๑ ศอกเศษ ส่วนกว้างตอนกลางลำ ๔ วา ๓ ศอก ส่วนสูงตอน กลาง ลำ ๒ วา ๓ ศอก มีพระเจดีย์อยู่ในสำเภา ๒ องค์ องค์ใหญ่มีฐานย่อมุมไม้ ๒๕ ฐานล่างกว้าง ๓ วา ๑ ศอกเศษ สูงจากพื้นบนถึงยอด ๘ วา องค์เล็กมีฐานย่อมุมไม้ ๑๖ ฐานล่างกว้าง ๗ ศอกเศษ สูงจากพื้นบนถึงยอด ๖ วาถ้วน ซึ่งมีอยู่แห่งเดียวในประเทศไทย โดยมีพระราชดำรัสว่า  “คนภายหน้าอยากจะเห็นเรือสำเภาเป็นอย่างไรจะได้มาดู” และทรงพระราชทานนามวัดใหม่เป็น “วัดยานนาวาราม”
 
เจดีย์รูปเรือสำเภาสื่อสารความหมายหมาย ๒ นัย
 
สาระที่ ๑ เจดีย์รูปเรือสำเภา หมายถึง อนุสรณ์แห่งการเจริญสัมพันธ์ไมตรี ของการค้าขายระหว่างประเทศไทย กับไพรัชประเทศ โดยการขนส่งทางแม่น้ำ ด้วยพาหนะคือเรือสำเภา แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของการค้า ในยุคสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยที่พระองค์ได้รับการขนานพระราชทินนาม ว่า พระบิดาแห่งการค้าไทย
สาระที่ ๒ เจดีย์รูปเรือสำเภา หมายถึง สัญลักษณ์ทางปริศนาธรรม ที่แสดงความหมายในทางปรัชญาของพระพุทธศาสนา เรื่อง พาหนะในการขนส่ง เพื่อเข้าถึงจุดหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา คือ พระนิพพาน โดยคติความเชื่อของพุทธศาสนา เรื่องความเชื่อของฝั่งแห่งโลกิยธรรม และโลกุตตรธรรม ว่า เรือ เปรียบเสมือนหนึ่งธรรมะที่จะโอบอุ้มสรรพสัตว์ให้พ้นแม่น้ำแห่งความทุกข์ หรือโอฆะสงสาร เพื่อข้ามกระแสธารเข้าสู่ฝั่งพระนิพพาน

พระประธานของวัด
พระประธานในพระอุโบสถมี ๔ องค์ เป็นพระปั้นทั้ง ๔ องค์ ซึ่งมีขนาดต่างกันดังนี้
องค์ที่ ๑ เป็นองค์ใหญ่ปางมารวิชัยนั่งสมาธิ ส่วนกว้างวัดหน้าตักได้ ๓ ศอก ๘ นิ้ว สูง ๑ วา ๑๐ นิ้ว
องค์ที่ ๒ เป็นปางมารวิชัย (องค์ขวา) วัดหน้าตักได้ ๑ ศอก ๙ นิ้ว สูง ๑ ศอก ๑๕ นิ้ว
องค์ที่ ๓ เป็นปางมารวิชัย (องค์ซ้าย) วัดหน้าตักได้ ๑ ศอก ๑๑ นิ้ว สูง ๑ ศอก ๑๖ นิ้ว
องค์ที่ ๔ เป็นปางมารวิชัยนั่งสมาธิ ส่วนกว้างวัดหน้าตักได้ ๒ ศอก ๑๐ นิ้ว สูง ๓ ศอก ๑๐ นิ้ว (สภาพการตั้งพระประธานปี ๒๕๔๙)

พระอุโบสถ
มีบันทึกของนักโบราณคดี บรรยายกล่าวถึงความงามและคุณค่าทางศิลปะในพระอุโบสถวัดยานนาวาว่า “ตัวพระอุโบสถถือได้ว่าเป็นงานศิลปกรรมชั้นเยี่ยมในสมัยรัตนโกสินทร์ ทั้งหน้าบันฝีมือช่างหลวงในสมัยรัชกาลที่ ๑ ที่ทำเป็นลายเทพพนม ประดับด้วยลวดลายสัตว์หิมพานต์ ที่ซุ้มประตูพระอุโบสถทำเป็นตัวนาค ประดับกระจก ส่วนบานประตูและหน้าต่างเป็นฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ ๓ เขียนลายรดน้ำปิดทองที่งดงามมาก โดยที่บานประตูด้านนอกเขียนเป็นรูปเสี้ยวกางเหยียบสิงห์ ด้านในทำเป็นรูปกระทงใหญ่ตามแบบพระราชพิธีในรัชกาลที่ ๓ ส่วนบานหน้าต่างด้านนอกเป็นเรื่องทศชาติพร้อมคำอธิบาย บานหน้าต่างด้านในเขียนเป็นรูปโถยาคูที่ใช้เลี้ยงพระในงานพระราชพิธีสารท

อาคารมหาเจษฎาบดินทร์
อาคารเอนกประสงค์ใช้สอยประโยชน์ร่วมในตัวอาคาร โดยมีสัญลักษณ์และสัณฐานเป็นอาคารทรงไทยประดับยอดปราสาท ๕ ยอด โครงอาคารเสริมเหล็กก่ออิฐถือปูน หลังคามุงด้วยกระเบื้องกามู ๓ สีทั้งหลัง กว้าง ๓๒ เมตร ยาว ๖๖ เมตร เป็นอาคารสูง ๓ ชั้นครึ่ง ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล และรับบริจาคโดยผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระชนมายุครบ ๒๐๐ ปี ในปี พ.ศ.๒๕๓๐               

หอพระไตรปิฎก
เป็นอาคาร ๓ ชั้น มีสัญลักษณ์และสัณฐานเป็นอาคารทรงไทยประดับยอดปราสาท ๓ ยอด โครงอาคารเสริมเหล็กก่ออิฐถือปูน ใช้เก็บรวบรวมตู้พระไตรปิฏก ใช้พื้นที่ในชั้นที่ ๑ จัดเป็นห้องสมุดวัดยานนาวา ให้บริการสืบค้นข้อมูลจากพระไตรปิฎก คัมภีร์ที่สำคัญของพระพุทธศาสนา หนังสือธรรมะ และหมวดหนังสือทั่วไป เป็นแหล่งเรียนรู้ภายในวัดสำหรับพระภิกษุสามเณร และประชาชน

พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีต่อประเทศไทย พสกนิกรชาวไทย และวัดยานนาวา คณะสงฆ์วัดยานนาวาจึงจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นบริเวณหน้าเจดีย์รูปเรือสำเภา พร้อมปรับปรุงภูมิสถาปัตย์โดยรอบทั้งบริเวณ  

สถานที่ตั้ง

เลขที่ ๔๐ ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาธร กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๒๐
โทร ๐-๒๖๗๒-๓๒๑๖
แฟกส์ ๐-๒๖๗๒-๓๒๐๖ 

เว็บไซต์

www.watyan.com  

ค่าธรรมเนียม


การเดินทางไปยังวัดยานนาวา

การเดินทาง รถโดยสารประจำทาง สาย ๑ (ถนนตก - ท่าเตียน), ๑๕ (เดอะมอลล์ท่าพระ – บางลำพู), ๗๕ (วัดพุทธบูชา – หัวลำโพง), ๗๗ (อู่ใต้ทางด่วนสาธุ - หมอชิตใหม่)
ท่าเรือ เรือด่วนเจ้าพระยาขึ้นที่ท่าเรือสาทร
รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสะพานตากสิน

 

 

 

กองสร้างสรรค์กิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
1600 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน
เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ : 0 2250 5500
ศูนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยว ททท. 1672