www.9wat.net

 

วันธรรมสวนะ

 

วันธรรมสวนะ

วันพระ หรือ วันธรรมสวนะ หมายถึง วันประชุมถือศีลฟังธรรมในพุทธศาสนา (ธรรมสวนะ หมายถึง การฟังธรรม) กำหนดเดือนทางจันทรคติละ 4 วัน ได้แก่
วันขึ้น 8 ค่ำ
วันขึ้น 15 ค่ำ (วันเพ็ญ)
วันแรม 8 ค่ำ
วันแรม 15 ค่ำ (หากเดือนใดเป็นเดือนขาด ถือเอาวันแรม 14 ค่ำ)
ในวันพระ พุทธศาสนิกชนถือเป็นวันสำคัญ ควรไปวัดเพื่อทำบุญ ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ และฟังธรรม สำหรับผู้ที่เคร่งครัดในศาสนาอาจถือศีลแปดในวันพระด้วย นอกจากนี้ชาวพุทธยังถือว่าวันพระไม่ควรทำบาปใดๆ การทำบาปหรือไม่ถือศีลห้าในวันพระถือว่าเป็นบาปยิ่งในวันอื่น

วันโกน เป็นภาษาพูด หมายถึง วันก่อนวันพระ ๑ วัน

ประวัติความเป็นมา
พระพุทธเจ้าประทับ ณ ภูเขาคิชกูฏ กรุงราชคฤห์ ในครั้งนั้น พวกปริพาชกอัญญเดียรถีย์ พอถึงวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ๘ ค่ำ ประชุมกันกล่าวธรรม ชาวบ้านต่างพากันไปฟังธรรมกันด้วยความเลื่อมใส พระเจ้าพิมพิสารทรงดำริว่า พวกเดียรถีย์นอกพุทธศาสนาประชุมกันแสดงธรรม ในวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ๘ ค่ำ เป็นที่นิยมเลื่อมใสของประชาชนถ้าพระคุณเจ้าทั้งหลายจะกระทำเช่นนั้นบ้าง ก็จะได้รับความเลื่อมใส จากเหล่าชาวบ้านเช่นเดียวกันจึงทรงนำพระดำรินี้ขึ้นทูลพระพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้าจึงประชุมสงฆ์แล้วรับสั่งกับภิกษุทั้งหลายว่า...
"ภิกษุทั้งหลายเราอนุญาติให้ประชุมกันในวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ๘ ค่ำ แห่งปักษ์"
ในครั้งนั้น พวกภิกษุประชุมกันแล้วพากันนิ่งเฉยหมด ชาวบ้านเข้าไปหาภิกษุเหล่านั้นพากันตำหนิว่า ภิกษุเหล่านี้ประชุมกันในวันพระแล้วทำไมจึงนั่งนิ่งเหมือนหมูอ้วนเล่า ธรรมเนียมของภิกษุประชุมกันควรผู้แสดงธรรมมิใช่หรือ

พระพุทธเจ้าทรงทราบจึงทรงอนุญาตให้มีการแสดงธรรมในวันพระ และต่อมาทรงเห็นว่าควรจะนำเอาศีล ๒๒๗ ข้อของภิกษุมาแสดงในวัน ๑๔ หรือ ๑๕ค่ำ อันเป็นวันอุโบสถที่เรียกว่าปาติโมกข์ด้วย จึงเป็นประเพณีนับตั้งแต่นั้นมา (อุโบสถขันธกะ วินัย ๔/๑๙๕)
พุทธศาสนิกชนจึงถือเอาวันดังกล่าวเป็นวันธรรมสวนะ (สำหรับวันธรรมสวนะนี้เมืองไทยมีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย )

วันโกนวันพระนั้นเป็นวันที่สำคัญมากสำหรับสมัยก่อน เพราะถือเป็นวันหยุด และเป็นวันที่พุทธศาสนิกชนเดินทางไปทำบุญที่วัดฝ่ายทางพระก็จะมีการปลงผม ลงฟังพระปาติโมกข์ ทบทวนศีล 227 ข้อ

แต่ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 มีติดต่อกับประเทศทางตะวันตกมากขึ้น จึงมีการปรับเปลี่ยนไปใช้ปฏิทินแบบสุริยคติแทนจันทรคติ ซึ่งชาวไทยใช้แบบจันทรคติมาแต่โบราณกาล คือ แบบสุริยคติถือเอาพระอาทิตย์เป็นหลัก มีการหยุดวันเสาร์-อาทิตย์แบบชาวตะวันตก เพราะอิทธิพลของศาสนาคริสต์ซึ่งถือว่าวันสุดสัปดาห์เป็นวันพักผ่อน เพราะไบเบิลบันทึกว่าวันอาทิตย์เป็นวันพักผ่อนของพระผู้เป็นเจ้าหลังจากที่ทรงสร้างโลกมา

แบบจันทรคติถือเอาพระจันทร์เป็นหลัก มีการดูข้างขึ้นข้างแรม ดูความเว้าแหว่งของดวงจันทร์ แล้วกำหนดว่าวันไหนเป็นวันเพ็ญ วันข้างขึ้น วันข้างแรม วันกี่ค่ำ
แต่เมื่อประเทศไทยเข้าสู่เวทีโลก มีการเปิดประเทศติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตก ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนหลักการนับวันนับคืนเป็นแบบยุโรปตามไปด้วย หรือก็คือนำเอาปฎิทินแบบสุริยคติมาใช้นั่นเอง

ดังนั้นจะว่าไปปฎิทินแบบสุริยคติเลยกลายเป็นปฏิทินสากลที่ทั่วโลกยอมรับใช้กันอยู่ ในการติดต่อสื่อสารทำมาค้าขายในปัจจุบัน และปฎิทินแบบจันทรคติก็ค่อยๆ ลดบทบาทลง จนกระทั่งเป็นปฎิทินที่ใช้ในทางพระพุทธศาสนา ดูวันโกน วันพระ วันเพ็ญ และใช้ในทางโหราศาสตร์ไปโดยปริยาย ไม่สามารถนำปฏิทินจันทรคติมาอ้างอิงในการติดต่อสื่อสาร ทำมาค้าขาย กับสากลโลกได้อีกต่อไป


 


 

กองสร้างสรรค์กิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
1600 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน
เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ : 0 2250 5500
ศูนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยว ททท. 1672